ไปดูมาแล้วคร้า

ปิดเทอมใหญ่  หัวใจว้าวุ่น

ได้ครบรสเลย ยิ้ม หัวเราะ และร้องไห้

อย่างที่โฆษณาเลยว่าเข้ากับทุกช่วงวัย

เวลา 2 ชั่วโมงกว่า บอกได้เลยว่าคุ้ม

ตามเนื้อเรื่องย่อที่มีเรื่องราว 4 เรื่องในหนังเรื่องนี้ การส่งต่อเนื้อหา การตัดต่อ ทำได้ดีไม่มีคำว่า ดูไำม่รู้เรื่องในหนังเรื่องนี้ (เหมือนหนังไทยบางเรื่องที่เคยดู)

ความคิดเห็นส่วนตัว ว่าชอบ คู่โจ้กับซีที่สุด ได้อารมณ์แอบเศร้าเรียกน้ำตาสงสารได้ดีทีเดียว

ส่วนคู่อื่นก็ชอบอยู่ดี

สรุป ชอบๆ กว่าหนังที่ช่วงนี้ได้ดูคร้า 

 


  

หายไปนาน~~~*

posted on 05 Mar 2008 21:51 by tarostory  in Other

ไม่ได้มา up blog ซะนานเลย มัวแต่ไปหลงใหล กับ Hi5 ที่กำลังฮิตในขณะนี้

ข่าวไม่ดีที่เกี่ยวกับ Hi5 ก็ออกมาหลังจากที่มีการใช้บริการกันทั่วหน้า

กรณีที่พระภิกษุล่อลวงสาวอายุ 15 ไปทำมิดีมิร้าย ไม่สามาีรถโทษพระได้อย่างเดียว ผู้หญิงก็ควรระวังตัวด้วยเป็นทางที่ดีที่สุด วันนั้นได้ดูรายการข่าวตอนเช้า มีการนำเสนอ Hi5 ของพระภิกษุให้ดูด้วย(เป็นพระหนุ่มๆ) มีการ comment กันใน Hi5 มีสาวๆเข้ามาตอบด้วย (คิดถึงนะ อะไรประมาณนี้ เหอๆทำไปได้) 

แต่ข้อดีสำหรับเรานี่่ สามารถตามหาเพื่อนที่จากกันตั้งแต่ม. 6 (เป็นเวลาหกปีมาแล้วที่ไม่ได้เจอกัน)  ทำให้เชื่อมโยงกันได้นี่ดีเหมือนกันน้า ชอบค่ะ

 

ตอนนี้ไปเล่น  Hi5 ต่อก่อนน้า 

NU graduation 2550

posted on 22 Dec 2007 21:37 by tarostory  in Other

หายหน้าหายตาไม่ได้ไปทำงานมาเป็นเวลา 1 อาทิตย์ ที่หายไปก็ไปงานรับปริญญาของตัวเอง อิอิ หลังจากที่จบการศึกษาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จนเดืิอนธันวาคมก็ต้องไปรับปริญญา (เกือบปี) กลับไปที่มอ. อะไรๆก็ดูเปลี่ยนแปลงไป (ในทางที่ดีขึ้น) ร้านค้ามากมายยังคงผุดเป็นดอกเห็ด แต่ที่ปิดกิจการไปก็เยอะเหมือนกัน ว่าจะไปตัดผมร้านที่เคยไปตัดปรากฏว่าปิดทั้ง 2 ร้านเลย ทั้งๆที่ก็มีฝีมือดีทีเดียว อ่อ นอกเรื่อง

กลับมาเรื่องพิธีรับปริญญาดีกว่า มีทั้งหมด 4 วัน ซ้อมรับที่คณะและลองสนามจริง 2 วัน วันที่ 3 แต่งตัวเหมือนจริงทุกอย่างเหมือนจริงยกเว้นผู้พระราชทานปริญญาบัตร วันที่ 4 รับจริง ผู้พระราชทานปริญญาบัตรของที่มอ. เรา คือ สมเด็จพระเทพรัตนฯ

วันแรกเริ่มซ้อม 8.00 น. วันที่ 2 เริ่มซ้อม 7.00 น. วันที่ 3 เริ่มซ้อม 5.00 น. วันที่ 4 รับจริง รายงานตัว 4.30 น.  เห็นได้ว่าจะเริ่มเช้าขึ้นเรื่อยๆ สงสัยจะให้เราค่อยๆปรับตัวให้ตื่นเช้า แต่วันที่ 3&4 ตื่นได้แต่ระหว่างนั่งรอพิธีการ หลับกระจาย กว่าจะได้รับจริงก็เวลา 9.30 น. พอสมเด็จพระเทพรัตนฯทรงเสร็จ ตื่นเต้นมากและยิ่งพอจะรับพระราชทานปริญญาบัตรก็ตื่นเต้นขึ้นไปอีก ไม่รู้ว่าผิดหรือไม่ประการใด (ไม่รู้รูปที่ออกมาจะสวยป่าว) 

เรารับปริญญาบัตรช่วงเช้าประมาณ 3,xxx คน คณะเราเป็นคณะสุดท้ายของช่วงเช้่า(ช่วงเช้ามีทั้งป.เอก ป.โท ป.ตรี พระสงฆ์ด้วย) ส่วนช่วงบ่าย ประมาณ 4,xxx คน(ป.ตรีทั้งหมด)  ส่วน rate ในการรับที่ควรจะเป็นคือ 33คนต่อนาที แต่ช่วงเช้า rate คณะเราทำได้เร็วที่สุดคือ 38 คนต่อนาที อ.ที่คุมงานบอกว่าแอบเร็วไปรึเปล่า ไม่รู้แฮะซ้อมไปซ้อมมามันเร็วไปเองอ่ะ 

จบงานสมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงประทานพระราโชวาทด้วย ฟังแล้วปลาบปลื้มมากๆ ทำให้รู้สึกได้ว่าผู้มีความรู้ที่ดีนั้นนอกจากจะรู้แล้วยังต้องทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อทุกคนในสังคม โดยการรู้้จักเป็นผู้ให้ ให้ในสิ่งที่ดีเป็นประโยชน์ต่อผู้รับด้วย


ไม่อนุญาติให้นำรูปข้่างบนไปเผยแพร่ ผู้ใดกระทำถือว่าผิดฐานละเมินทรัพย์สินส่วนบุคคล

ไปลอยกระทงมาแล้น,,

posted on 24 Nov 2007 22:39 by tarostory  in Other

วันนี้ไปลอยกระทงมาแล้ว ที่เกาะลอย(ชื่อเหมาะกับเทศกาล) เสียค่าเข้างานด้วยอ่ะ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท งงเลย ปกติไปลอยกระทงมาหลายๆที่ไม่เห็นเค้าจะเก็บตังค์กันเลย ตอนแรกว่าจะซื้อกระทงขนมปังซะหน่อย เดินผ่านมาหลายร้าน พอตัดสินใจว่าร้านหน้าซื้อแน่ ปรากฏว่าไม่มีกระทงขนมปัง (แป่ว) เลยได้กระทงใบตองมาแทน ขนาดปานกลาง ราคา 30 บาท เลย 1 กระทง ลอยมัน 2 คนนั่นแหละ พอไปดูข้างในงาน 30 บาทนี่เป็นขนาดเล็กเลย (เหอๆ ดีนะที่ซื้อมาก่อน) แต่ก็ต้องแบกกระทงไปไกลเหมือนกัน แฟนแอบบ่นว่าเมื่อย อืมปีนี้แปลกหน่อยลอยกระทงที่ทะเล ปกติจะลอยที่แม่น้ำ ไม่ก็สระของมหาวิทยาลัย

คนที่ยังไม่ได้ไปลอยก็ไปลอยนะคะ ยังไม่ดึกเลย และก็ถ้าจะเล่นดอกไม้ไฟก็ระวังความปลอดภัยของตัวเองและคนอื่นด้วยละกันนะคะ

ไปลอยกระทงกับ exteen มาแย้ว

เก็บตกในที่ทำงาน

posted on 16 Nov 2007 20:42 by tarostory  in Work
เก็บตกในที่ทำงานนี้ ขออนุญาติบอกไว้ก่อนเลยว่า ไม่ได้นำความลับของผู้ป่วยมาเปิดเผยหรืออย่างไร
แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการสื่อสารที่ไม่ค่อยเข้าใจกันมากกว่า จนอาจเกิดอาการเหวอๆได้

บางทีการจ่ายยาเทคนิคพิเศษ เช่น ยาเหน็บทวารหนัก ยาเหน็บช่องคลอด ยาพ่นหอบ สำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้มาก่อนก็ต้องมีการสอนใช้ยาเหล่านั้นเวลาจ่ายยา

เคยฟังพี่ A. สอนใช้ยาเหน็บช่องคลอด เผอิญพี่แกเป็นผู้ชาย(หนุ่มๆซะด้วย ไม่ได้ถามว่าอายผู้ป่วยรึปล่าว ) พี่แกพูดว่า ก่อนจะเหน็บยา ควรจะทำอะไรๆให้เรียบร้อย บางทีแกก็พูดว่ายานี้เหน็บก่อนนอนทำอะไรๆ ให้เรียบร้อยก่อนจึงเหน็บยา ไอ้คำว่าอะไรๆ ไม่รู้ว่าผู้ป่วยจะตีความหมายว่าอะไรกันแน่

แต่อันที่จริงแล้ว ไอ้คำว่าอะไรๆของพี่แกนี่หมายความว่า ทำกิจธุระให้เรียบร้อยก่อนเช่นอาบน้ำแต่งตัว เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยแล้ว ก่อนนอนจึงเหน็บยา (แล้วก็ไม่พูดให้ชัดเจนไปเลย)

พี่ B . เวลาจ่ายยาน้ำให้เด็ก เวลารับประทานจะเป็นช้อนชา บางครั้งเป็นเด็กเล็กมากๆอาจต้องจ่ายเป็น ซีซี พี่แกก็ถามเลยว่า เด็กกินช้อนได้มั๊ย
ถ้าเราเป็นแม่เด็กเราคงตอบไปว่า เด็กกินช้อนไม่ได้ค่ะ (ก็ช้อนมันกินไม่ได้จริงๆนี่นา)

บางทีคนมักคิดว่าการมารับยาที่ห้องยา ห้องยาจะจัดยาอะไรมาก็ได้ สั่งยาเพิ่มได้ หรือลดชนิดยาได้ ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าทำไม่ได้ค่ะ แต่ถ้าผู้ป่วยไม่ต้องการยาใด สามารถขอไม่รับยาชนิดนั้นๆได้ (ถ้าไม่ใช่ยาที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องกินจริงๆ) เราสามารถ OFF ได้เลย
แต่ถ้ามาขอยาเพิ่มนี่ไม่ได้ค่ะ การที่จะขอรับยาในโรงพยาบาลนั้น แพทย์จะต้องเป็นผู้สั่งยาเท่านั้น จึงทำการจ่ายยาได้ บางทีคุณยายมาหน้าห้องยาแล้ว อยากได้ balm ซักหลอด ยาลดกรดซักขวด
ขอแล้วขออีกเราบอกว่าไม่ได้ค่ะ ต้องให้คุณหมอสั่งเท่านั้นค่ะยาย เท่านั้นแหละยายบอกว่าไม่เป็นไร เกรงใจหมอยายไม่เอาก็ได้ (เป็นงั้นไป)

พี่ C . จ่ายยาซักประวัติพบว่า เคยแพ้ยา มีอาการเป็นผื่นขึ้น คัน อาการครบเลย ผู้ป่วยบอกว่า เนี่ยมีรอยแพ้ยาอยู่พอดีเลยเนี่ย ว่าแล้วก็ถกแขนเสื้อให้ดู
พี่ถึงกับบางอ้อเลย อ๋อนี่ไม่ใช่รอยแพ้ยาหรอกครับ มันคือโรคกลากเกลื้อนน่ะครับ

สุดท้ายเรา ถามการแพ้ยาของผู้ป่วย ผู้ป่วยตอบเคยแพ้ครับ แพ้ตะไคร้ครับ ทาทีไรเวียนหัวทุกที แล้วตกลงว่าไอ้ตะไคร้นี่มันเป็นยารึเปล่าน้า

เป็นข้อควรปฏิบัติทุกครั้งเมื่อมีการจ่ายยา ต้องมีการซักประวัติผู้ป่วยว่า เคยแพ้ยาอะไรหรือไม่ บางครั้งผู้ป่วยอาจเกิดความรำคาญ
แต่เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ป่วยเอง ซึ่งถ้าเคยแพ้ยาอะไรมาก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าเกิดอาการแพ้ซ้ำอีก อาการแพ้จะมีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมหรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
แล้วผู้ป่วยบางรายอาจไม่ทราบได้ว่าอาการที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองนั้นคืออาการแพ้ยา