เมื่อวานไปจ่ายยาที่ "สถานบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ หรือ สถานีอนามัย " นั่นเอง เดี๋ยวนี้(เริ่มมาได้สัก 2 - 3 ปีได้แล้ว) มีโครงการให้แพทย์ ทันตแพทย์และเภสัชกรไปให้บริการที่สถานีอนามัยด้วยนะ โดยจะมีทีมแพทย์หมุนเวียนไป เป็นแบบอาทิตย์ละครั้งหรือนานกว่านั้นหน่อยก็เป็นสองอาทิตย์ครั้ง แต่ผู้ป่วยที่มาก็จะนัดแบบ 3 เดือนครั้ง

โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ป่วยนัดแบบคลินิกคือ คลินิกเบาหวาน และ/หรือ คลินิกความดันโลหิตสูง ตามปกติที่เห็นคือ จะเป็นผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือความดันโลหิตสูงได้แล้ว จึงไม่ต้องได้รับการปรับขนาดยาหรือดูแลจากแพทย์บ่อยๆที่โรงพยาบาล จึงส่งให้มารับยาต่อได้ที่สถานีอนามัย (อันนี้ตามหลักการ)

แต่เมื่อวานที่ไปจากการสังเกตเป็นเช่นนี้
ผู้ป่วยส่วนใหญ่คุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตไม่ได้ มีผู้ป่วยจำนวนน้อยที่ผล Lab ออกมาดูดี เห็นอย่างนี้การปรับขนาดยาก็เกิดขึ้น แต่จากการสอบถามผู้ป่วยแล้วการที่คุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตไม่ได้ มาจากลักษณะนิสัยการรับประทานมากกว่า บางทีก็เป็นเรื่องที่ยากเหมือนกันที่จะไปบังคับไม่ให้ไปกินนั่นกินนี่ ก็เคยกินมาตลอดชีวิตครั้นจะให้ไปห้ามหรือหยุดไม่ให้กินตอนแก่นี่มันห้ามแทบไม่ได้จริงๆ ยิ่งช่วงนี้หน้าผลไม้ ไหนจะทุเรียน ลิ้นจี่และก็มังคุดนี่ ผลไม้ยอดฮิตทั้งนั้นใครจะอดใจได้ คิดแล้วก็เหนื่อย สงสารก็สงสาร มาดู case กัน

case 1✿~
"ป้า น้ำตาลสูงนะคะเนี่ย ตั้ง สองร้อยกว่าแน่ะ ไปทำอะไรมา ก่อนหน้านี้ก็คุมได้นี่คะ"
"ป้าก็ไม่ได้ทำอะไร" ป้าตอบ
"แล้วจะสูงได้ไง ป้ากินลิ้นจี่ป่าวช่วงนี้ผลไม้ออกเยอะนะ"
"โอ๊ย ป้าไม่ชอบผลไม้หรอกหนู"
" ??????? " หนูเป็นงง " งั้นป้ากินขนมหวานป่าว"
" อ๋อ ป้ากินกล้วยบวชชี กินไม่เยอะหรอก ลูกเดียวเอง"
"โห ป้ากล้วยบวชชีนี่อย่างหวานเลยนะป้า แล้วเมื่อวานกินไปกี่ถ้วยเนี่ย"
"ไม่เยอะหรอก ถ้วยเดียว แต่กินหลังกินข้าวทั้งสามมื้อเลย !!!!!!"
"................................................................." เออแล้วน้ำตาลจะไม่ขึ้นได้ไงฟะ


case 2✿~
"ป้า น้ำตาลสูงนะคะเนี่ย ตั้ง สองร้อยกว่าแน่ะ ก่อนหน้านี้ก็คุมได้นี่คะ ช่วงนี้กินลิ้นจี่ใช่มะ" คำถามเดิมๆๆๆๆๆๆ (ชอบลิ้นจี่เป็นการส่วนตัว)
"อู๊ย !!!!!!!!!!!! ป้าไม่ชอบหรอกลิ้นจี่ มันหวาน น้ำตาลเยอะ"
"แล้วป้ากินผลไม้อะไรละคะ"
"ป้ากินมังคุด มันไม่ค่อยหวาน ป้ากินได้"
"แล้วกินเป็นโลเลยใช่มั๊ยล่ะ"
"ป่าว ป้าไม่ได้ชั่งหรอก รู้แต่ว่ากินไปหลายสิบลูก"
" โหป้า มังคุดนี่ไม่หวานเท่าลิ้นจี่แต่ก็น้ำตาลสูงนะคะ ต้องจำกัดปริมาณนะคะ หนูให้ป้ากิน วันละ 3 ลูกพอนะ "
ผลไม้ไม่ใช้ข้าวนะคะจะได้ให้กินให้อิ่ม เฮ่อ


คือ ตัวเรายังห้ามใจไม่ให้กินนั่นกินนี่ไม่ได้แล้วคนแก่ละ เค้าเคยมาทั้งชีวิต อะไรมีความสุขได้ก็ให้ทำไปเถอะ เพราะก็เหลือเวลามีความสุขในชีวิตน้อยลงทุกวัน แค่ช่วยประคับประคองไม่ให้อยู่นอกเส้นทางมากจนเกินไปก็พอนะ แบบว่าอยู่อย่างมีความสุขเล็กๆน้อยๆกับบั้นปลายบ้างก็ดี

แต่อย่างผู้ป่วยบางราย อายุ 30 - 40 ปี นี่ขอเลยปฎิบัติตัว กินยา และควบคุมอาหารให้เคร่งครัดนะคะ เพราะว่ากว่าจะแก่จะเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาซะก่อน กลายเป็นโรครุมเร้าตอนแ่ก่ จะลำบากทั้งตัวเองและลำบากคนดูแลด้วย เพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet