Entertainment

ไปดูมาแล้วคร้า

ปิดเทอมใหญ่  หัวใจว้าวุ่น

ได้ครบรสเลย ยิ้ม หัวเราะ และร้องไห้

อย่างที่โฆษณาเลยว่าเข้ากับทุกช่วงวัย

เวลา 2 ชั่วโมงกว่า บอกได้เลยว่าคุ้ม

ตามเนื้อเรื่องย่อที่มีเรื่องราว 4 เรื่องในหนังเรื่องนี้ การส่งต่อเนื้อหา การตัดต่อ ทำได้ดีไม่มีคำว่า ดูไำม่รู้เรื่องในหนังเรื่องนี้ (เหมือนหนังไทยบางเรื่องที่เคยดู)

ความคิดเห็นส่วนตัว ว่าชอบ คู่โจ้กับซีที่สุด ได้อารมณ์แอบเศร้าเรียกน้ำตาสงสารได้ดีทีเดียว

ส่วนคู่อื่นก็ชอบอยู่ดี

สรุป ชอบๆ กว่าหนังที่ช่วงนี้ได้ดูคร้า 

 


  

BooK Fair 2007

posted on 22 Oct 2007 20:12 by tarostory  in Entertainment

ช่วงนี้ งานอะไรๆ ก็คงไม่พ้น งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ เราได้มีโอกาสไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (ถ้าเพื่อนคนที่เราชวนไปด้วยมาอ่านขอโทษไว้ด้วยที่ไม่ได้โทรย้ำอีกครั้งว่าจะไปเมื่อไหร่ พอดีไม่แน่นอนกับเวลาเดินทางอ่ะ เลยไม่อยากรบกวนค่ะ) กว่าจะไปถึงงานก็ประมาณ บ่าย 2 โมงแล้ว มีเวลาในการเดินจำกัดด้วยอ่ะ ต้องทำภารกิจนี้ให้เสร็จภายใน 3 ชั่วโมง (เหมือนแข่งเกมแฮะ)

การไปงานคราวนี้ก็ยังคงพลาดเหมือนปีที่ผ่านมาคือ ไม่ได้ list รายชื่อหนังสือที่อยากได้ไปด้วย ทำให้ไม่มีแรงบันดาลใจในการหาซื้อหนังสือเช่นเคย ดังนั้นการเดินช่วงแรกๆ จึงเดินอย่างไร้จุดหมายปล่อยให้ แฟนพาไปซื้อหนังสือที่เค้าอยากได้ก่อน

ไปที่ซุ้มมติชน เจอนักเขียนมาแจกลายเซ็นต์ด้วยหล่ะ แต่ไม่รู้จัก เหอๆ =,= สักพัก คุณแอนดรูว์ บิ๊กส์ มา อยากกลับไปเอาหนังสือที่บ้านมาให้คุณแอนดรูว์เซ็นต์ให้จัง แฟนซื้อไว้หลายเล่มเลย (ตัวจริงเหมือนในทีวีเลย - v - )
ที่ซุ้มมติชน ได้หนังสือมา 2 เล่ม

เล่มแรกของ Dr. Pop หลังจากที่อ่าน The White road จนสนุกสนานแล้ว เล่มนี้ก็ไม่น่าจะผิดหวัง ส่วนเล่มที่สองเป็นหนังสือที่อยู่ในส่วนหนังสือลดราคา เคยเห็นหนังสืมเล่มนี้ในร้านเช่าหนังสือแต่ไม่ได้ยืมมาอ่านซักที เลยซื้อมาอ่านซะเลย

ต่อมาก็เจอคุณคริสโตเฟอร์ ไรท์ อยากกลับบ้านไปเอาหนังสือให้เซ็นต์อีกอ่ะ ซื้อทุกเล่มเลย แฟนซื้อเหมือนเคย (ไม่มีอะไรเป็นของตัวเองเลย เหอๆ แต่คุณคริสตัวจริง หล่อๆๆอ่ะ หล่อจนคุณแฟนรำคาญเราไปเลย )

และก็นึกอะไรออกได้ว่าอยากได้หนังสือธรรมะของ พระมหาสมปอง ตาลปุตโต ได้มา 2 เล่ม ได้หนังสือแถมได้ทำบุญด้วย อ่านบล็อกไปเจอว่าท่านไปงานหนังสือวันอาทิตย์ เสียดายๆๆๆๆๆๆ

ต่อมาได้หนังสือภาษาศาสตร์ สนใจตอนนี้อยู่ 2 ภาษาคือ ญี่ปุ่นกับเกาหลี แต่รู้สึกว่าเกาหลีจะยากต่อการออกเสียง เลยเลือกภาษาญี่ปุ่นละกัน ไปที่ซุ้มสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น ได้มา 2 เล่ม

เล่มแรกเป็นภาษาญี่ปุ่นง่ายๆสไตล์การ์ตูน ส่วนอีกอย่างเป็นบัตรคำซึ่งเหมาะกับเรามากๆเลย เพราะเริ่มจากศูนย์เลยทีเดียว (รู้นะว่าคุณแฟนแอบหัวเราะอยู่ เพราะว่าเหมือนให้เด็กน้อยๆเรียนเลย ก็เหมือนเด็กเพิ่งหัดใหม่จริงๆนี่นา) และอีกเล่ม เป็น Dictionary ที่พอเปิดอ่านแล้วดีทีเดียว นอกจากจะแปลศัพท์แล้วยังมีตัวอย่างประโยค วลี ให้ดูด้วย เป็นภาษาอังกฤษ-ไทย (ที่เรียนเท่าไหร่ก็ไม่ได้ดีซักทีT_T)

ยังไม่หมด ได้VCD ออกกำลังกายมาด้วย AEROBOXING ดูตอนแรกท่าออกกำลังกายมันน้อยจัง แต่พอเต้นตามจริงครึ่งชั่วโมงนี่เหงื่อซกเลย

IMG_0048

สุดท้ายแล้วได้หนังสือแจกฟรีด้วย เป็นหนังสือธรรมะ 3 เล่ม ยังมิได้เปิดอ่านประการใด แต่คิดว่าคงได้ประโยชน์แน่ๆ อย่างน้อยก็ทำให้ไม่ฟุ้งซ่านมีสติ

นี่คือผลของการไม่ได้ list รายการหนังสือที่อยากได้ไป ทำให้ซื้ออะไรซะมากมาย อันที่จริงอยากได้หนังสือของท่าน พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ทั้งชุดเลย อยากอ่านเองและส่งไปให้แม่อ่านด้วย อืมแม่อยากอ่านหนังสือที่เป็นพวกคำฉันท์ ไม่รู้ว่าจะมีขายไม๊น้า

หนังสือเยอะแยะขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวว่าวันนี้จะอ่านไม่หมด พรุ่งนี้จะอ่านไม่หมด เดือนนี้จะอ่านไม่หมด ปีนี้จะอ่านไม่หมด เพราะว่ามีเวลาทั้งชีวิตที่เราจะอ่านได้ หนังสือคือเพื่อนเสมอ

Harry potter : ภาคีนกฟีนิกส์

posted on 15 Jul 2007 10:17 by tarostory  in Entertainment
ไปดูมาแล้ว Harry potter : ภาคีนกฟีนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 2 ที่ออกฉาย อิอิ ภาคนี้ก็สนุกดีนะ เนื้อหาสาระมากกว่าทุกภาคที่ผ่านมา แต่รู้สึกว่าการต่อสู้จะน้อยกว่าภาคอื่น (ตามความรู้สึก) เพราะภาคอื่นมีแข่งฟิกดิช และภาคที่ผ่านมาก็มีแข่งชิงถ้วยอัคคนี (ความชอบส่วนตัว) สนุกดี แต่จะว่าภาคนี้ไม่มีความสนุกเลยก็ไม่ใช่หรอก ก่อนไปดูได้อ่านบล็อคของคนอื่นเค้าบอกว่าไม่สนุกเลยใจเสียนิดนึง แต่ดูแล้วก็ OK นะ

แต่ที่แย่ๆๆๆมากๆ คือ คนอื่นที่นั่งข้างๆช่างคุยมากๆๆๆ เริ่มคุยตั้งแต่ตัวอย่างหนัง (ก็คิดว่าพอหนังเริ่มแล้วจะหยุด) ปรากฏว่ายังไม่หยุด มันคุยจนฉากสุดท้ายเลย หุยเซ็งโคตร
ก็นี่แหละในโรงหนังเค้าเตือนแต่ว่า ให้ปิดเสียงโทรศัพท์ ห้ามคุยโทรศัพท์ แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามคุยกัน เลยไม่ต้องสนใจว่าการคุยกันจะรบกวนคนอื่น อย่างนี้คิดว่าไปดูหนังที่บ้านเหอะ คุณน่ะ จะได้คุยกัีนได้สบายใจ
วันนี้ฤกษ์งามยามดี ที่แฟนไม่ได้ขึ้นเวร หลังจากที่ขึ้นเวรวันเสาร์-อาทิตย์ ติดต่อกันมาแรมเดือน แต่วันนี้ก็มีเวลาที่จะเที่ยวได้แค่ไม่เกิน 17.00 น. เนื่องจากต้องมารับเวรต่อถึง 7.00 น. (เศร้าอีกแล้วอ่ะ) ไม่เป็นไร ไปเที่ยวกันตั้งแต่เช้าได้ค่ะ
เริ่มออกเดินทางประมาณ 9.00 น. จากที่ศรีราชา ไปทาง motor way มุ่งหน้าไปฉะเชิงเทรา ปรากฏว่า ถึงประมาณแถวทางแยกตรงพนัีสนิคม เกิดอาการหลงอีกแล้ว (มากันรอบที่แล้วก็หลง) นึกว่าเป็นสาย motorway ปรากฏว่าหลงไปทาง บางนา-บางปะกงซะได้ แต่ก็ขับมั่วๆไปเรื่อยๆ จนเจอตัวเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา (ไม่เคยดูแผนที่กันเลย เลยไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน) วนไปวนมาจนเจอ ทางไปวัดโสธร อาการหลงนี่ประมาณ 20 นาที จนในที่สุดก็เจอตัวเมืองจนได้ เมื่อเวลา 10.00 น. ทีนี้จะไปวัดโสธรได้บนถนนสายหน้าวัด วันนี้รถติดมากๆๆๆๆๆๆ เนื่องจากว่าวันนี้หวยจะออกไงคนเลยเยอะ รถติดประมาณ 30 นาที ก็ไปถึงรพ.ฉะเชิงเทรา
อ้อ ลืมบอกไปว่าต้องไปรับเพื่อนที่รพ.ฉะเชิงเทรา(คนสำคัญของเรา) เพื่อมาเป็นไกด์ไม่งั้นคงไปไหนๆไม่ถูกแน่

ที่แรกที่เพื่อนพาไปเที่ยวคือ ตลาดบ้านใหม่
เป็นตลาดที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เป็นชุมชนเก่าแก่ มีวิิถีชีวิตที่โดดเด่นที่แตกต่างจากชุมชนอื่น ๆ คือ บ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์เก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ร้านขายของและร้านอาหารที่มีความหลากหลาย เป็นที่รวบรวมอาหารรสเด็ดของแปดริ้ว ทั้งอาหารจีน อาหารไทย มีร้านกาแฟโบราณรสชาติเข้มข้นหอมหวาน
เป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวเหมือนกัน


หลังจากนั้นก็ไปสักการะหลวงพ่อโสธร ขอบอกว่าคนเยอะมากจริงๆๆๆๆๆๆ เหนื่อยใจมากๆ คนเยอะ รถเยอะ รถติด แดดร้อน แต่ก็คุ้มที่ได้ไปนะ


ภายนอกอุโบสถ


หลวงพ่อโสธร องค์จริง


ภายในอุโบสถ


ขากลับ กลับทาง motor way อันนี้ไม่หลงจริงๆ เพราะว่าคุ้นเคยขาจากกรุงเทพมากกว่า ด้วยเวลา ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงหอพัก ดีใจจัง กลับมาเราสลบเหมือด แต่แฟนเราต้องไปทำงานต่อ อึดจริงๆๆ

เรื่องผีๆๆๆๆ!!!!!

posted on 16 Mar 2007 01:26 by tarostory  in Entertainment
เรื่องก็มีอยู่ว่า วันนี้ได้ไปดูหนังผีมา เรื่อง "ผีไม้จิ้มฟัน"(ไม่ได้เจอจริงๆหรอก ไม่งั้นไม่ได้มาเล่าแน่ๆ มัวแต่ช็อค)
ก่อนไปดูก็รู้ว่าเป็นหนังผีผสมแนวตลก เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (เจ้าพ่อต้นไทร) แล้วปรากฏว่าพวกหนุ่มๆที่ไปบนน่ะ มัวแต่หลงระเริงกับสิ่งที่ขอมาได้ ก็เลยลืมไปแก้บน จนทำให้เกิดเหตุการ์ณต่างๆตามมา จนพวกหนุ่มๆสำนึกได้ว่า ลืมแก้บนนี่หว่า แต่พอซื้อของจะไปแก้บนเท่านั้นแหละ ปรากฏว่าเจ้าพ่อต้นไทรก็หายไป(โดนตัดไปนั่นเอง) ปรากฏว่าซวยล่ะ จะไปแก้บนที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ผีก็ตามมาหลอกหลอนอยู่นั่นแหละ ก็เลยต้องไปสืบจนได้ข่าวว่าต้นไทรนั้นกลายเป็นไม้จิ้มฟัน แต่ปั๊ดโธ่ ไม้จิ้มฟันน่ะ มีขายอยู่หลายร้าน (ที่จตุจักรน่ะ) ต้องไปตามหาเรื่อยๆ จนคาดว่าเจอ เรื่องที่เล่ามาเนี่ยก็ตามตัวอย่างหนังเด๊ะๆๆๆๆๆ ไม่ได้หลุดจากการที่เราดูตัวอย่างหนังเลย
แต่เรื่องการแก้บนน่ะ มันไม่ใช่ประเด็นสำคัญหรอก มันมีเรื่องกันตั้งแต่ชาติปางก่อนโน่นแนะ คือสิ่งที่ไม่ได้นำเสนอในส่วนหนังตัวอย่าง (ก็เลยรู้สึกดี ว่าเออยังมีส่วนที่ต้องเสียเงินดูบ้างเนอะ) ในส่วนนี้ก็ดี ทำให้รู้ว่าหนังเรื่องนี้ก็มีเหตุผลของมันอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าไม่แก้บนก็ตามมานั่งหลอกหลอนกัน หรือไม่ก็มาหลอกอย่างไม่มีเหตุผลเหมือนหนังผีสมัยก่อน
จากการพิจารณาของตัวเองขอแบ่งหนังออกเป็น 4 ส่วน ให้ เรื่องความน่ากลัวเอาไป 2 ส่วนของหนังเลย (ดูไปก็ปิดตาไป โอยเครียด) 1 ส่วนให้กับเรื่องความมีเหตุผลของประเด็นชาติปางก่อน อีก1ส่วนที่เหลือให้ก็ความตลก (แต่โดยส่วนตัวไม่ค่อยขำเท่าไหร่ แต่คนในโรงนี่ขำกันกระจายแม้แต่ในส่วนที่ผีมันหลอกก็ขำกัน งงอ่ะ)
สรุปเรื่องนี้ไปดูก็ดี ได้ความฮา(คนส่วนใหญ่คงตลกมั้ง) ความน่ากลัว(สำหรับคนขวัญอ่อนอย่างเรา) อ่อลืมไปเรื่องนี้เกี่ยวกับไม้จิ้มฟันนี่น่ะไม่ถึง 10 นาทีได้มั้ง(ไม่ได้จับเวลาหรอกค่ะ เป็นความรู้สึก ที่เหลือน่ะ ผีล้วนๆๆๆ : ยอมรับว่าน่ากลัววววว)