Work

เหตุเกิดในรพ.

posted on 26 May 2007 08:38 by tarostory  in Work
เรื่องนี้เหตุเกิดในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง(ขึ้นต้นอย่างกับหนังสยองขวัญ) เรื่องนี้ไ่ม่ได้ไปเจอกับตัวเองหรอกค่ะ เผอิญแฟนเราไปขึ้นเวรที่โรงพยาบาลนั้นพอดี เหตุมันมีอยู่ว่า

"มีผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ประมาณ 6 คน เข้ามาในแผนกฉุกเฉินที่โรงพยาบาลนี้ เนื่องจากคาดว่าเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดจากจุดเกิดเหตุ(ทั้งๆที่อีก 2 Km จะถึงโรงพยาบาลรัฐอยู่แล้ว)
แต่ละคนมาด้วยอาการไม่สาหัสอะไร เจ็บฟกช้ำนิดหน่อย ดูจากลักษณะผู้ป่วยแล้วน่าจะไม่ใช่คนพื้นที่ คาดว่ามาท่องเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์มากกว่า แต่คนดวงมันจะซวยมาเที่ยวก็ต้องมาเจออุบัติเหตุแค่นี้ก็เริ่มหมดสนุกแล้ว พอมารักษาที่รพ.นี้อีก ก็คงเป็นความซวยของผู้ป่วยอีก ไม่ใช่ว่าหมอหรือบริการไม่ดีนะคะ แต่เป็นที่ราคามากกว่าที่แพงหูฉี่ ผู้ป่วยได้รับการทำแผล และฉีดยานิดหน่อยแต่ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดตอนเรียกเก็บเงินนี่ซิ 16,000 บาท แฟนเราบอกว่าถ้าเป็น รพ.รัฐจะอยู่ราวๆ 1,XXX บาท เท่านั้นและอีกอย่างดูท่าทางผู้ป่วยนี่ไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร ยิ่งตอนที่ผู้ป่วยมารับยาที่ห้องยาหลังจากที่จ่ายเงินมาแล้ว ประมาณว่าหน้าเศร้ามาก อุตส่าห์จะมาเที่ยวทั้งที แทนที่เงินที่นำมาจะไ้ด้ใช้เที่ยวกลับต้องมาจ่ายค่ารักษาตัวนี่ซิ"


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของโรงพยาบาลเอกชนหรอกค่ะ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลจะแพง เพราะค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลสูงและอีกอย่างโรงพยาบาลเอกชนต้องแสวงหาผลกำไรอยู่แล้ว ไม่งั้นจะตั้งทำไมล่ะ

แต่อยากจะบอกว่าอุบัติเหตุในท้องถนนสามารถเกิดได้ทุกเวลา บางทีทุนทรัพย์เรามีน้อย ดังนั้นการรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ น่าจะเป็นการดีกว่า และบอกได้เลยว่าโรงพยาบาลของรัฐมีอยู่มากมาย อย่างน้อยๆแทบทุกอำเภอจะมีอยู่แล้ว หาเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินหรือว่าเบอร์โทรที่สามารถช่วยเหลือในการค้นหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และที่สำคัญอย่าลืมบอกเค้าว่าให้พาเราไปโรงพยาบาลของรัฐนะคะ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายไปเยอะเลยค่ะ

ส่วนอันนี้เป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ลองไปหาดู อาจจะช่วยเหลือได้บ้าง
ตำรวจทางหลวง *1193
ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว *1155
ศูนย์วิทยุรามา 02 2460999 

สังเกตการณ์ร้านยา

posted on 13 May 2007 11:05 by tarostory  in Work
เมื่อวานไปสังเกตการณ์ที่ร้านยามา ผู้ป่วยขอซื้อยาบรรเทาอาการหอบ แบบรับประทาน โดยที่ตัวผู้ป่วยนั้นก็ไม่ได้ยารับประทานที่โรงพยาบาลนานแล้วเนื่องจากไม่ค่อยอยากจะไปหาหมอสักเท่าไร ตอนนี้ยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่ก็มีแต่ยาพ่นเท่านั้น
คนที่ร้านก็ขายยาไปตามระเบียบ

จากเหตุการณ์ข้างต้นถ้าเป็นเรานะ อยากจะให้ผู้ป่วยกลับไปหาหมอที่โรงพยาบาลมากกว่าที่จะมาซื้อยากินเอง เนื่องจากยาสำหรับผู้ป่วยเรื้อรังนั้นน่าจะได้รับการวินิจฉัยอาการและมีการสั่งใช้ยาจากแพทย์ ร้านยาก็เป็นเพียงการ refill ยาเท่านั้น แต่ดูท่าผู้ป่วยอยากจะได้ยามากๆ(ยังไงก็ไม่ยอมไปโรงพยาบาล) ก็คงต้องจ่ายยาที่ช่วยบรรเทาอาการไปอยู่ดี แต่ยังไงก็ต้องเน้นให้ผู้ป่วยไปโรงพยาบาลให้ได้ คิดว่าทำอย่างงี้ลูกค้าคงจะไม่มาซื้อยาร้านเราอีกเป็นแน่ (ประมาณว่ารำคาญความจู้จี้) อย่างนี้ต้องมีร้านเป็นของตัวเองจะได้สบายใจว่า เราทำในสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าจะคำนึงถึงยอดขาย ซึ่งเมื่อวานคิดอย่างนี้จริงๆนะ ถ้าแบบว่าเราไปเป็นลูกจ้างเค้า เค้าก็คงด่าเราตาย !!!!!!

ว่าแต่ว่าเถอะเมื่อไหร่จะมีตังค์เปิดร้านหว่า อีกหลายปีโข

เริ่ม-->> ทำงานๆๆๆ

posted on 06 May 2007 17:27 by tarostory  in Work
ในที่สุด ก็ต้องทำงานสักทีหลังจากที่ว่างมา 2 เดือน(ประมาณนั้น) เริ่มงานวันแรกเป็นวันแรงงานซะด้วยซิ เป็นลางรึเปล่าเนี่ย แต่การทำงานอาทิตย์แรกนี่ทำเอาตื่นเต้น เหมือนกำลังเป็นเด็กฝึกงานใหม่ยังไงยังงั้น ไปทำงานก็ต้องแต่เช้ากว่าพี่ (ทั้งๆที่ไปแล้วยังไม่มีอะไรทำก็ตาม) อย่างว่าก็เป็นเด็กนี่เนอะ ความรู้สึกเหมือนกับการไปเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ
ตั้งแต่เริ่มงานหัวหน้าบอกว่าให้เราทำ project เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ยา,งานเภสัชสารสนเทศและก็ขึ้นวอร์ด หลังจากนั้นก็ให้เราไปปรึกษากับพี่เลี้ยง ซึ่งพี่เลี้ยงบอกว่าช่วงแรกก็ให้เรียนรู้ระบบงานไปก่อน แล้วค่อยคิดจะทำอะไรต่อ เพราะงานหลักๆ คือ งานบริการผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกนั้นต้องช่วยกันทำงานนี้ก่อน แล้วค่อยทำอย่างอื่น (เนื่องจากทุกวันนี้คนไข้เยอะมาก จนจ่ายยากันแทบจะเป็นลิงแล้ว) ก็ดีเหมือนกันนะที่ตรงกับความชอบส่วนตัว บอกตรงๆว่าไม่ชอบที่จะขึ้นวอร์ดเลย แต่ที่นี่ดีอย่างที่วอร์ดน้อย มี 3 วอร์ดเอง ได้แก่ วอร์ดชาย วอร์ดหญิงและเด็ก และวอร์ดคลอดและหลังคลอด
ดูสภาพในแต่ละวอร์ดแล้วก็ดูดีไม่น่าสยดสยองเท่าไหร่ รับได้ๆ
คุณภาพชีวิตตอนนี้ยัง OK เนื่องจากยังไม่ได้ขึ้นเวร ยังดีใจกับการได้หยุดในวันหยุด(แต่ไม่ได้ตังค์) ถ้าถึงเวลาขึ้นเวรเมื่อไรนั่นแหละคงจะ.....แน่
เครื่องสำอางค์เป็นสิ่งที่คู่กับผู้หญิง(และผู้ชายด้วยนะคะ) ส่วนใหญ่ การเลือกซื้อเครื่องสำอางค์ที่มีคุณภาพและไม่มีอันตรายก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจากหน้าสวยๆจะกลายเป็นหน้าเยินๆไป วันนี้อ่านหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ข่าวสด เจอข่าวเตือนภัยมาค่ะ

ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกัยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต่างๆได้แก่ อุบลราชธานี นครพนม พิษณุโลก สตูลและอุตรดิตถ์ ได้ออกเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ จากร้านค้าแผงลอย มาเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์หาสารที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค พบเครื่องสำอางค์ที่มีสารห้ามใช้ 24 ยี่ห้อขอยกตัวอย่างละกัน

  • Qian Mei cream, CTA cream, Faylacis whitening cream, Q-2 cream, ผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อการค้า Mikomuszuree, ผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อการค้า Preame
ซึ่งสารอันตรายที่พบคือ "สารไฮโดรควิโนน" ซึ่งสารนี้จะทำให้ผู้ใช้เกิดความระคายเคือง เกิดจุดด่า่งขาวที่หน้า ผิวหน้าดำเป็นฝ้าถาวร นอกจากนี้ยังมีการผสมกรดวิตามินเอ ซึ่งทำให้เกิดอาการหน้าแดง แสบร้อนรุนแรง ผิวหนังอักเสบ และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
ทางอย.แจ้งว่าถ้าพบเครื่องสำอางค์ใดมีสารดังกล่าวเป็นส่วนประกอบให้โทรมาแจ้งที่ สายด่วนอย. 1556 ได้ค่ะ